วันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2554

วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554

วัดห้วยขอน ตำบลห้วยหม้าย อำเภอสอง จังหวัดแพร่ เป็นวัดเก่าแก่มีอายุนับ ๑๓๐ ปี มีพระอุโบสถที่ชำรุดทรุดโทรมเนื่องจากภัยธรรมชาติ เช่นแผ่นดินไหว น้ำท่วม ทำให้พระอุโบสถแตกร้าวไปทั่วบริเวณผนังพระอุโบสถหากทิ้งไว้จะเป็นอันตรายต่อพระภิกษุสามเณร และอุบาสกอุบาสิกาที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเสนาสนะภายในวัด จึงเห็นสมควรทำการรื้อถอนและสร้างใหม่เลยบอกบุญมายังพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย ร่วมกันบูรณปฎิสังขรณ์ พระอุโบสถเสนาสนะภายในวัด หลังนี้

ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และอำนาจแห่งกุศลเจตนาของท่านทั้งหลายที่ได้ให้ทานบารมีสละทุนทรัพย์ ในครั้งนี้จงดลบันดาลประทานพรให้ท่านและครอบครัว จงประสบแต่ความสุข ความเจริญด้วย จตุรพรชัย ๔ ประการ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฎิภาณธนสารสมบัติ ทุกประการเทอญ


ร่วมบริจาคได้ที่ ชื่อบัญชี วัดห้วยขอน บัญชีเลขที่ 308-2-67884-9

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาสอง ประเภทบัญชี ออมทรัพย์

วันพุธที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

รายนามผู้มีจิตศรัทธาบริจาคสิ่งของต่างๆให้แก่วัดห้วยขอน

ท่านผู้อำนวยการประทีป คุณครูทัศนีย์ แสนแก้วทอง
บริจาค
๑ .ไตรปิฏกและตู้ไตรปิฏก เพื่อให้พระภิกษุ - สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องราวในไตรปิฎก จำนวน ๑ ชุด ๒๕,๐๐๐ บาท
๒. ได้บริจาคเครื่องกำเนิดไฟฟ้า จำนวน ๑ เครื่อง เพื่อใช้ในงานต่างๆเวลาไฟฟ้าดับ จำนวน ๑ เครื่อง ๒๐,๐๐๐ บาท
๓.ได้จัดสร้างสวนหย่อมในบริเวรวัด ๑๐๐,๐๐๐ บาท

วันพุธที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ประมวลภาพงานสลากภัตร (ตานก๋วยสลาก) วัดห้วยขอน


















ประวัติวัดห้วยขอน

ประวัติวัด วัดห้วยขอน

วัดห้วยขอน ตั้งอยู่เลขที่ 306 บ้านห้วยขอน ตำบลห้วยหม้าย อำเภอสอง จังหวัดแพร่

เบอร์โทรศัพย์ 054-586222 086-6050829 084-4845828

วัดห้วยขอนสร้างเมื่อ วันที่ 5 เดือน เมษายน พ.ศ 2481

วัดห้วยขอน ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ วันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ 2486

สังกัดคณะสงฆ์ มหานิกาย

ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่....4......ไร่.................งาน..................ตารางวา

มีอาณาเขต

ทิศเหนือ ติดกับ โรงเรียนบ้านห้วยขอน

ทิศใต้ ติดกับ ลำห้วยห้วยขอน

ทิศตะวันออก ติดกับบ้านห้วยขอนหมู่ที่ ๑๑

ทิศตะวันตก ติดกับบ้านห้วยขอนหมู่ที่

เสนาสนะภายในวัดประกอบด้วย

๑...กุฏิ กว้าง เมตร ยาว เมตร

จำนวน ๑ หลัง ค่าก่อสร้าง บาท

๒...ศาลาการเปรียญหลังที่ ๑ กว้าง เมตร ยาว เมตร

จำนวน ๑ หลัง ค่าก่อสร้าง บาท

๓...ศาลาการเปรียญหลังที่ ๒ กว้าง เมตร ยาว เมตร

จำนวน ๑ หลัง ค่าก่อสร้าง บาท

๔...อุโบสถ กว้าง เมตร ยาว เมตร

จำนวน ๑ หลัง ค่าก่อสร้าง บาท

๕...เจดีย์ กว้าง เมตร ยาว เมตร

จำนวน ๑ หลัง ค่าก่อสร้าง บาท

ประวัติโดยย่อของการสร้างวัดห้วยขอน

ก่อนนั้นบ้านห้วยขอนเป็นเพียงหมู่บ้านป่าเล็กๆ หมู่บ้านหนึ่งเท่านั้นยังไม่มีวัดวาอารามดัง เช่นปัจจุบัน ชาวบ้านห้วยขอนแต่ก่อนนั้นถ้าหากจะทำบุญตักบาตรก็ต้องไปที่วัดหล่ายร้คง (วัดห้วยหม้ายเดิม) เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2413 วัดหล่ายร้องถูกน้ำยมท่วมพระวิหารและกุฏิถูกน้ำพัดเสียหายหมดจึงได้ย้ายมาสร้างที่วัดห้วยหม้ายในปัจจุบันนี้ ขณะนั้นพระครูอุปทะ เป็นเจ้าอาวาสวัดห้วยหม้ายอยู่ มีชาวบ้านจากบ้านห้วยขอนไปบวชเป็นสามเณรอยู่กับท่าน 4 รูป คือสามเณรการินา เชื้ออ้วน สามเณรยาสมุทร บางโพธิ์ สามเณรอุตทิยะ ขอนรักษ์ สามเณรจินะวงศ์ ขอนปง ตอนแรกไปบวชที่วัดหล่ายร้อง (เป็นเด็กวัด 1 ปี เป็นเณร 2 พรรษา)จากนั้นก็ย้ายกับวัดห้วยหม้ายและจำวัดพรรษาอยู่ที่วัดห้วยหม้ายใหม่นี้อีก 2 พรรษา สามเณรทั้ง 4 รูป ก็ได้พร้อมใจกันจะลาสิกขาทบในเดือนสี่ (เดือน 4 เหนือ) ก่อนถึงกำหนดลาสิกขาบท สามเณรการินตา เชื้ออ้วน ได้รับนิมนต์ไปเทศน์ธรรมที่วัดศรีชุม อ.เมืองแพร่และรับมนต์ต่อไปเทศที่วัดเหมืองหม้อการเดินทางในสมัยก่อนต้องเดินเท้าจึงใช้เวลานานในการเดินทางไป กลับเมื่อสามเณรการินตากลับมาถึงบ้านสามเณรทั้ง 3 รูป ได้ลาสึกไปก่อนและขณะนั้นเป็นวันข้างแรมท่านจะลึกตามสามเณรทั้ง 3 แต่พระครูอุปทะไม่ให้ลึกท่านถึงอยู่ต่อในสมัยนั้นมีพระครูบาแสนจางท่านเดินธุดงค์มาจากเมืองจางได้มาทบเห็นบริเวณวัดห้วยขอนปัจจุบันแต่ก่อนนั้นเป็นป่าไผ่ ที่ตรงป่าไผ่นี้มีต้นศรี (ต้นโพธิ์) อยู่ต้นหนึ่ง (บริเวณศาลผีเสื้อวัดปัจจุบัน) พระครูมาแสนจางได้พบพระพุทธรูปทองเหลืองคอหักอยู่ที่โดนต้นศรีนั้น ในตอนนั้นบ้านห้วยขอนมีชาวบ้านตั้งบ้านเรือนอยู่ 12 หลังคาเรือนเท่านั้นท่านได้พิจารณาและปรึกษากับชาวบ้านและพากันไปปรึกษากับพระครูมาอุปทะวัดห้วยหม้าย เมื่อท่านลงความเห็นว่าสมควรที่จะสร้างวัดได้พระครูบาแสนจางจึงพร้อมกับศรัทธาทำการถากถางบริเวณป่าไม้และได้ทำควรสร้างกุฏิขึ้นชึงทำด้วยไม้ไผ่ทำการสร้างเสร็จ และขึ้นกุฏิใหม่เมื่อเดือน 6 เหนือ สามเณรการินตาได้รับนิมนต์ให้มาประชุมอยู่วัดห้วยขอนกับพระครูบาแสนจางก่อนจะเข้าพรรษาในปีนั้น พระครูบาแสนจางได้หายไปจากวัดชาวบ้านได้ช่วยกันตามและสืบหาก็ไม่พบไม่ทราบว่าท่านไปอยู่ไหนชาวบ้านคิดว่าพระครูบาแสนจางเป็นเทวดามาโปรดให้สร้างวัดเสร็จก็จงเหลืองแต่สามเณรการินตา เชื้ออ้วนเพียงรูปเดียวท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดห้วยขอนนี้อีก 2 พรรษาก็ได้อุปสมทบเมื่อเดือน พฤษภาคม พ.ศ.2416 เดือน 8 เหนือ เป็นพระการินตา เชื้ออ้วนและได้เป็นเจ้าอาวาสรูปแรกของวัดห้วยขอนพอถึงเดือน กันยายน เดือน 12 เหนือบริเวณวัดมีหญ้าขึ้นรกลุงชาวบ้านทั้ง 12 หลังคาเรือนได้มาช่วยกันดายหญ้าวัดมีหนึ่งคนได้เอาเสียบไปแชะถูกก้อนหินที่ปิดบ่อน้ำ(บ่อน้ำที่ใช้ดื่มกินใน บริเวณวัดปัจจุบัน)บ่อน้ำแห่งนี้ไม่ใช่บ่อน้ำที่ชาวบ้าน 12 หลังคาเรือนสร้างขึ้นแต่เป็นบ่อน้ำที่มีมาก่อนซึ่งคนโบราณได้สร้างไว้ พอถึงหน้าแล้งชาวบ้านได้ช่วยกันรื้อบ่อน้ำนี้เพื่อจะได้ใช้ดื่มกินต่อไปการรื้อบ่อน้ำชาวบ้านได้พบค้อนขนาดใหญ่ 1 ใบ ขนาดเขือง 1 ใบ และได้พบพระพุทธรูปทอง 3 องค์ ขนาดหน้าตักกว้าง 6 นิ้ว 2 องค์ และองค์เล็กอีก 1 องค์ ปัจจุบันเหลือแต่องค์เล็กส่วนองค์ใหญ่ถูกขโมยไปหมดในสมัย (พระธรรมสอน ตาคำ) เป็นเจ้าอาวาสส่วนฆ้องใบใหญ่ขนาดเขืองนั้นแตก (พระครูญาณวิภูษิต)ได้เอาแลกฆ้องขนาดเล็กของชาวลำพูนไป ส่วนฆ้องใบที่ใหญ่ที่สุด ที่มีอยู่ในวัด ปัจจุบันนี้ตามคำบอกเล่าของ(พ่อหนานหลวงการินตา เชื้ออ้วน)ได้เล่าสู่ไว้ว่าวัดนี้แต่เดิมเป็นวัดของม่านที่รู้ว่าเป็นของม่านได้นั้นเพราะตอนที่ถางถางบริเวณวัดนี้เสร็จชาวบ้านได้เชิญเอาผีปู่เสื้อมาจากบ้านเหมืองค่า อ. เมือง คนทรงของเจ้าปู่เสื้อชื่อว่า (ปู่ป๊อก)สมัยนั้นการทรงผีของเจ้าปู่เสื้อครั้งนี้ได้ใช้ภาษาม่านและผีเจ้าปู่เสื้อบอกว่าเป็นผีม่าน และที่คิดว่าบ้านห้วยขอนแต่เดิมคงเป็นบ้านของม่านนั้นเพราะได้พบบ่อน้ำโบราณอีกแห่งหนึ่งคือที่บ้านของ(พ่อเฒ่าทิดอ้วน แม่เฒ่าทา เชื้ออ้วน)หรือบ้านของ(นายสูริยนต์ นางมุกดา แสนอุ้ม)ในปัจจุบันนี้

( ประวัติบ้านห้วยขอนที่เล่ามานี้(พ่อหนานแน่น พลายกลาง)ได้จดจำมาจากคำบอกเล่าของพ่อหนานหลวงการินตาบุตรของพ่อเฒ่าทิดอ้วน แม่เฒ่าทา เชื้ออ้วน)ซึ่งเล่าสู่(พ่อหนานแน่น พลายกลาง ตอนที่ยังบวชเป็นสามเณรอยู่)

วันพุธที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2553


พระธาตุ

สร้างเมื่อพ.ศ.๒๕๓๑ วัตถุประสงค์เพื่อเก็บบรรจุพระพุทธรูปสิงห์ หนึ่ง ขัดสมาธิเพชร

ซึ่งเป็นพระพุทธเก่าแก่ ประมาณค่ามิได้ พร้อมบรรจุวัตถุมงคลเก่าแก่ของวัดห้วยขอน

นำโดย พระอธิการสีวะ ฐิตปญฺโญภิกขุ พร้อมด้วย พ่อหนานแน่น พลายกลาง พ่ออาจารย์สังวร ขอนพิกุล คณะศรัทธาวัดห้วยขอนและคณะกรรมการวัด


พระประธาน

สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๔๖๘ ทำโดยพระอนันทะ พร้อมด้วยคณะศรัทธาสร้าง

พระพุทธรูปก่อด้วยอิฐ องค์ สิ้นค้าก่อสร้าง ๒๒๐ บาท


อุโบสถ

หลังแรกสร้างแรกเมื่อพ.ศ.๒๔๔๙ นำโดยพระอุตตะมาพร้อมด้วย คุณศรัทธา สินค้าก่อสร้าง ๓,๐๐๐บาท

หลังที่สอง รื้อหลังแรก แล้วสร้างใหม่ที่เดิมในปี พ.ศ.๒๔๘๐ นำโดยพระก๋วน ( พระคุณญาณวิภูษิต) และคณะศรัทธา สินค้าก่อสร้าง ๘๐,๕๐๐ บาท


วันอังคารที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2553


ประวัติเจ้าอาวาสวัดห้วยขอน (ปัจจุบัน)

พระอธิการกิตติคุณ กิตฺติโสภโณ นามสกุล รักพงษ์

เกิด ๑๐ ก.ค.๒๔๙๖ พรรษา ๗ นักธรรมเอก

บุตร นายวรศักดิ์ นางไฉน รักพงษ์

พี่น้องรวมกัน ๕ คน

๑.พระกิตติคุณ กิตฺติโสภโณ

๒.นายศฤงคาร รักพงษ์

๓.นายวิโรจน์ รักพงษ์

๔.นายณรงค์ รักพงษ์


การศึกษา

พ.ศ.๒๕๐๓-๒๕๐๖ ป.๑ - ป.๔ โรงเรียนบ้านโทกค่า ตำบลหัวเมือง อำเภอสอง จังหวัดแพร่

พ.ศ.๒๕๐๗-๒๕๑๑ ป.๕-ม.ศ.๒ โรงเรียนเจริญราษฏร์ อำเภอเมือง จังหวัดแพร่

พ.ศ.๒๕๑๒ ม.ศ.๓ โรงเรียนประชาสรรศ์วิทยาตำบลบ้านกลาง อำเภอสอง จังหวัดแพร่

พ.ศ.๒๕๑๓ ๒๕๑๔ โรงเรียนจ่าอากาศ (เหล่าช่างอากาศ) ดอนเมือง กรุงเทพ

พ.ศ.๒๕๓๗ จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช สาขารัฐประศาสนศาสตร์

ตำแหน่งหน้าที่เจ้าอาวาสในอดีต ปัจจุบัน

-รับราชการกองทัพอากาศ ตั้แต่ ปี พ.ศ.๒๕๑๕ ๒๕๔๗

-ตำแหน่งก่อนลาออกจากราชการ นายทหารข่าว กรมข่าวทหารอากาศ

-นาวาอากาศโทกิตติคุณ รักพงษ์

-ลาออกจากราชการก่อนเกษียณอายุราชการ เมื่อวันที่๑ เมษายน๒๕๔๗

-อุปสมบทที่วัดห้วยขอน เมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๔๗

แผนงานโครงการต่างๆที่สร้างสำเร็จและจะดำเนินต่อไป

พ.ศ.๒๕๔๙ พ.ศ.๒๕๕๑ แผนงานโครงการต่างๆ ที่สร้างสำเร็จ และจะดำเนินการสร้างต่อไป

พ.ศ.๒๕๔๙-๒๕๕๑ สร้างศาลการเปรียญ หลัง ใช้งบประมาณ๙๙๐,๕๔๒ บาท(เก้าแสนเก้าหมื่นห้าร้องสี่สิบสองบาท)

พ.ศ.๒๕๕๐ บูรณะหลังคากุฏิ ใช้งบประมาณ ๑๙๑,๕๔๒ บาท (หนึ่งแสนเก้าหมื่นห้าร้อยสี่สิบสองบาท)

พ.ศ.๒๕๕๐ สร้างห้องน้ำห้องสุขา ๑ หลัง ๕ ห้องใช้งบประมาณ๓๐๐,๐๐๐บาท(สามแสนบาท)ผู้ริเริ่มพระกิตติคุณกิตฺติโสภโณภิกขุ พร้อมด้วยผู้บริจาคทรัพย์สิ่ของไม้สัก เจ้าภาพงานผ้าป่า เจ้าภาพงานกฐิน พร้อมด้วยคณะกรรมการวัด คณะศรัทธาวัดห้วยขอน ทุกหลังคาเรือน

พ.ศ.๒๕๔๙-๒๕๕๑ จัดสนับสนุนทุนการศึกษา ให้แก่โรงเรียนบ้านห้วยขอน ในงานวันเด็กแห่งชาติทุกปี

พ.ศ.๒๕๔๙-๒๕๕๑ จัดโครงการปฏิบัติธรรมที่วัด โดยมีนักเรียนคณะศรัทธาร่วมปฏบัติ จำนวน ๓๐๐ คน ๔ รุ่น

- บูรณะปฏิสังขรพระอุโบสถ(วิหาร) ซึ่งชำรุดไปมากแล้

- จัดสร้างสวนสุขภาพบริเวณด้านหน้าทิศตะวันออก

- จัดหาเงินร่วมสมทบซื้อที่ดินด้านทิศตะวันออกของโรงเรียนบ้านห้วยขอนงบประมาณที่ได้รับ จากเจ้าภาพงานกฐินสามัคคี ร่วมด้วยคณะศรัท ธาวัดห้วยขอน

พ.ศ.๒๕๔๙ กฐินผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ สาธารณสุขจังหวัดแพร่และคณะฯศรัทธาวัดห้วยขอน จำนวน ๔๐,๐๐๐ บาท (สี่หมื่นบาท)

พ.ศ.๒๕๕๐ กฐินนายปะทีป แสนแก้วทอง และคณะจากจังหวัดอุทัยธานีพร้อมด้วยสรัทธาวัดห้วยขอนจำนวน ๒๑๓,๔๒๑ บาทผ (สองแสนหนึ่งหมื่นสามพันสี่ร้อยยี่สิบเอ็ดบาท)

พ.ศ.๒๕๕๑ กฐินคุณวีระ คุณเพ็ญจันทร์ เดชธำรง พร้อมคณะจากกรุงเทพ คุณโสภา เชื้อ้วน จำนวน๔๐๐,๐๐๐ บาท(สี่แสนบาท)

สิ่งสำคัญภายในวัด

พระประธาน สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๔๖๘ ทำโดยพระอนันทะ พร้อมด้วยคณะศรัทธาสร้างพระพุทธ

รูปก่อด้วยอิฐ องค์ สิ้นค้าก่อสร้าง ๒๒๐ บาท

อุโบสถ หลังแรกสร้างแรกเมื่อพ.ศ.๒๔๔๙ นำโดยพระอุตตะมาพร้อมด้วย คุณศรัทธา สินค้าก่อสร้าง ๓,๐๐๐บาท

หลังที่สอง รื้อหลังแรก แล้วสร้างใหม่ที่เดิมในปี พ.ศ.๒๔๘๐ นำโดยพระก๋วน ( พระคุณญาณวิภูษิต) และคณะศรัทธา สินค้าก่อสร้าง ๘๐,๕๐๐ บาท

การสร้างพระธาตุ สร้างเมื่อพ.ศ.๒๕๓๑ วัตถุประสงค์เพื่อเก็บบรรจุพระพุทธรูปสิงห์ หนึ่ง ขัดสมาธิเพชร

ซึ่งเป็นพระพุทธเก่าแก่ ประมาณค่ามิได้ พร้อมบรรจุวัตถุมงคลเก่าแก่ของวัดห้วยขอน

นำโดย พระอธิการสีวะ ฐิตปญฺโญภิกขุ พร้อมด้วย พ่อหนานแน่น พลายกลาง พ่ออาจารย์สังวร ขอนพิกุล คณะศรัทธาวัดห้วยขอนและคณะกรรมการวัด

ตู้พระไตรปิฎก เมื่อเป็นแหล่งการศึกษา พุทธประวัติพระธรรมวินัย หลักคำสอน หลักปฏิบัติ ของพระพุทธเจ้า ถวายวัดห้วยขอน โดยนายประทีป นางทัศนีย์ แสนแก้วทอง จำนวนเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท (เมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐)

สวนหย่อม เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ จัดสร้างเพื่อสร้างเพื่ออุทิศให้พ่ออาจารย์สังวร แม่พวงศรี ขอนพิกุล จัดสร้างโดย นายประทีป นางทัศนีย์ แสนแก้วทอง นายโกเมนทร์ นางสุภาภรณ์ หัวนา นายชวลิต นางพัฒนา ขอนพิกุล นายสุวัติ นางนิตยา ขอนพิกุล พร้อมด้วย บุตร ธิดา หลานทุกคน จำนวนเงิน๑๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนบาท)

วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

คำปู๋จาเข้า ๙ ปุ่น

คำปู๋จาเข้า ๙ ปุ่น

สาธุ สาธุ โยสันนิสิโน วะระโปทิมูลเล มาลังสาเสนัง มะหันติวิจัยโย สัมโปธิงมากัจจิ๋งวะอะนัน ต๋าญาโณ โยโลกุตตะโม ตังปั๋นนะมามิ พุทธัง ตังปั๋งนะมามิ ธัมมัง ตังปั๋งนะมามิ สังฆัง สาธุ โอก๋าสะ สิริสุพะมัตตะ สุจะริตตะวิวิธะมังคะละปับหุ ระมะนุกะนุรุธะนะมะ กุมพะธะกันพะปะยักขาอะสุรา สุรินโต๋ กิ๋นนะระอินตา พรหม ยมมะราช จุ่งจักมาเป็น สักขีและนางนาทไท้ธรณี จุ่งจักมาราติ ผู้ข้าแด่สะหลีสัพปันยู พระพุทธเจ้าและอะระหันต๋า สาวะกะเจ้าตั้ง 9 พระองค์บัดนี้หมายมี มูลศรัทธา อุปาสะกะ อุปาสิกา กุมาระ กุมารีตังหลายฝูงเจ้าเสื้อ เจ้าผ้า เจ้านะวะขันเข้าตัง 9 ปุ่น และประทีป สีสาย น้ำมัน ตังหลาย มวลฝูงนี้ก็เพื่อว่าจักไข่หื้อ จำระเสียยัง อุปปะทะวะกังวน อนตะรายตั้งมวลดังอั้นก็เพื่อว่า ไข่ สัปปันยู พระพุทธเจ้าและอะระหันต๋า สาวะกาตั้ง 9 พระองค์ ก็จึงได้ตกแต่งแป๋งพร้อมน้อมมายังนะวะขัน 9 ปุ่นและประทีปสีสาย น้ำมันตั้งหลายมวลฝูงนี้ ก็เพื่อว่าจักมาวางเว้นเกนหื้อ ถะปันนะต๋ามปู่จาปุ่นเข้าว่าสันนี้เตียงแต้ดีหลี ผู้ข้าจักวางเวนเกนมะกะทะ ภาษาบาลี ว่าสาธุสาธุ มะยัมภันเต อิมานินะวะโป ระถะ ปินดานิ สัมมาสัมพุทธัสสะ สักกะจิ๋งเตมะพุทโธ จะมะสิโมเสโถ สาริมุตโต๋ปะตะขิโน เจวะมังคะละโยอะนันโต ปะสิวะจะโก๋นันโย ปูปะโต๋ พะไก๋ยะเคจักกะวัปปะติหะรังตะถะนะ อักกะไนยยะเจกัสสะโป๋ ราหุโลจะอิเจโสเน สัพพะเต พุทธะมังคะลาสัปเปเตธัมมะมังคะลาโย สัพโปเตสะตะสังฆะมังคะลาโยตุ๊กขะนิรุปัททะโว มะหาวะโจ๋ตาโสภิพะวันตุ สาธุโอก๋าสะข้าแด่สะหรี สัพปันยู พระพุทธเจ้าและอะระหันต๋าสาวะกะเจ้าตัง9พระองค์ บัดนี้หลายมี มูลศรัทธา อุปาสะกะ อุปาสิกา กุมาระ กุมารีตังหลายฝูงเจ้าเสื้อ เจ้าผ้า เจ้านะวะขันเข้าตัง 9 ปุ่น และประทีป สีสาย น้ำมัน ตังหลาย มวลฝูงนี้ก็เพื่อว่าจักไข่หื้อ จำระเสียยังอุปะทะวะกังวลอนตราย ตังมวลดั่งอันก็เพื่อว่าไข่หื้อจำเริญอายุวรรณะ สัมปัตติแห่งเราก็จิ๋งได้มาร่ำเปิงถึงกุลแห่งสะหรีสัพปันยูพระพุทธเจ้าและอรหันต๋าสะวะกะเจ้าตั้ง9พระองค์ว่าสั้นนี้เตี่ยงเเต้ดีหลี อาทิอุนหัสสะวิไจยโย ธัมโมโลเก อะนุตตะเรหิ สัพปะเอตะถายาตั๋งตั๋ว กันหาหิเต๋วะเตระปะริวะโจ๋ราจะตังโจอะมะนุเสกินา ปักเขยะเคนะวิ เสภูโต๋อะก๋าเลมะโนนัสจะ สัปปัสมิงมาระโนมันเต๋ อะก๋ะละมะนะณีตะปะเร ตะเสอะมะนุพาเวสุกขี สะตาพุทธะสิระสะมาตานังธัมมะสุจิรันตะจะเรตะโสอะนุภาเวนะสุขีสัตต๋ารักขิ ขันตั๋งจิตตั๋งวาจะนังกุละปะเรสะเตสะวานาติอายุวะทันตุ เหตุด้วยเต๋จะพละบุญอันได้ปูจายังนะวะขันเข้าเจ้าตังเก้า ปุ่น ตังหลายมวลฝูงนี้ถวายถึงสะหรีสัพปันยูพระพุทธเจ้าและอรหันต๋าสะวะกะเจ้าตั้ง9พระองค์ ในวันนี้ก็มีพละอานิสงค์มาก แม่นมูลศรัทธาจักอุทิศสะหน้าบุญอันนี้หื้อไปรอดไปถึง ยังนะขะตะเคราะห์ตังเก้าอันเตียวแวดล้อมไปมา ในตัสสะสิบสองรายศรีปีเดือนตังหลาย หมายมีต้นว่าพระอาทิตย์ต๋นมีรัศมีใสเรืองรุ่ง จันทร์ต๊ะปุ่งปายแสง อังคารแดงวิเศษ พุทธะเปทใจ๋บาน พัสเป็นอาจารย์จบไตรเพท ศุกร์ขะวิเศษโสมสหลี เสาร์โสรีมีฤทธิ์แวดล้อม มาราหมู่ราอุดรขัตตะฤกษ์จอนพร่ำพร้อม นักขัตตะฤกษ์แวดล้อม ๒๗ตั๋ว ตั๋วใดได้สะละเด็จ มาร่วมห้องถูกต้อง หรือจาต๋าจั้นต้น จั้นกลาง จั้นปลาย ตั๋วใดได้เป็นปาปะกะหะแล้ว จุ่งหื้อย้ายเป็นโสมะ ตั๋วใดได้เป็นโสมะแล้ว จุ่งหื้อโจคแก้วใจดีมีทีฆาอายุกาละในต๋น ตังในไปใจ้ๆนั้นจุ่งจักมีเตี่ยงแต้ดีหลี เต๊อะ

เวนตานหาคนตาย

ขึ้นสัคเคหลวงก่อน

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโ ตสัมมา สัมพุทธัสสะ ว่า 3 หน

โย สันนิสินโน วะระโปธิมุเล มารังสะเสนัง มะหันติ๋ง วิชัยโย สันโพธิมาคัจฉิง

อะนันตั๋ญญาโณ โลกุตตะโม ตั๋ง ปะณะมามิพุทธัง ตั๋ง ปะณะมามิธัมมัง ตั๋ง ปะณะมามิ สังฆัง

โภนโต๋ เตวะสังฆาโย เต้ปป๊ะก๊ะณะนาตังหลาย มวลหมู่อันสถิตอยู่กู่วิมานจุ่งขานจักป่าว ประวัติกล่าวของตาน ตังเตวดาอันรักษา ขันธสันดานศรัทธาจู้ผู้ รักษากู่หอเฮือน อันรักษาปี๋ เดือน วัน ยาม ตังเตวดาอันรักษาวัดวาอารามและเตวดารักษาไร่นาก๋ามะเขต ผะเต้ศน์ บ้านเมืองเหมืองฝายของมูลศรัทธา และรักษาเจนบ้านเจนเมือง ตังพรหมเตวดาจื่นเจียงคานใสสะอาด ปัพพะต๋ารุกขะจาติใสสีธุวะหะกะมณีเมฆขลา เจิญเตวดาตีพย์เต้ศน์นอมนิ้วแนตรโมตะนาตาน พระอินตาภูบาลต๋นองค์ตานฟ้าเฟื้องตังต้าวเจื่องขุนพรหม จตุโลกตังสี่ ยักษี ยักษา มีฤทธานุฦาพตังกุ๋มฦณฑ์ผาบไพรี ตังนางธรณี ต๋นจ๋ำบุญต๋นจ๋ำบาป ต๋นจ๋ำเส้นก้านน้ำหยาดหมายตาน ตังพญามารต๋นใจหาญหาดห้าว ติ๊พย์เต๊ปต้าวป่ายบนหนอากาศ ป่ายใต้ลอดธรณีศรีกุตตะอามาตย์ตังนาดน้ำ ปะระไมไอศวร อันเจิญมวลหมู่เจ้า เข้ามาสู่โมต๊ะนาตาน เซิ่งวะระขียาตานอันผู้ข้าตังหลาย จักได้หื้อตานในทีฆาก๋าละบัดนี้ยามนี้ยามนี้แต้ดีหลี

สาธุโอก๋าสะ สิริวิสุทธ์ มะ กุต ตะ ปะ วะ โรจน์โสดอุดม พระบรมพุทธาทิรัตนา ถะไร๋ผ่านแผ้ว พะแก้วเจ้า๓ ผะการ ในทีฆาก๋าละละวันนี้ ก็เป็นวันดี เป็นวันศรีศุภะมังคะละอันประเสริฐลำเลิศกว่าวันและยามตังหลาย

บัดนี้ยามนี้ หมายมี..........เป็นเก้าพร้มกับด้วย.........จุ๊ภู้จุ๊คนได้สะล๋งขงขวายตกแต่งพร้อมนอมมายัง มะธบุปผาราจาดวงดอก ตังข้าวตอกดอกไม้และลำเตียน พร้อมด้วยโอต๊ะนะภิกขาหาร และสะหะบริวารตานตังหลายมวลฝูงนี้มาถะปั๋นนาตั้งไว้ กลางกองส่องหน้า ผะถะไร๋ระตะนะผ่านแผ้ว พระแก้วสามประการ มีผะหมานเต๋านี้แล้วอันจักหื้อตานเถิง พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสังฆะเจ้า ว่าสันนั้นแต้ดีหลี

บัดนี้ ศรัทธาผู้ข้าตังหลาย ขอโอกาสอาราธนา พระแก้วเจ้าสามผะการ จุงมีธรรมเมตต๋าอว่ายหน้าปะฏิคะหะรับเอาไว้แล้ว เพื่อจักอุทิสะสวนบุญกุศล ไปหายังผู้มรณาจุติตายไปสู่โลกปายหน้า ผู้มีนามก๋รจื่ว่า.......นาย ก......แม่นว่าได้วางอารมอาลัยไป จิตใจเจ๋ตะนาไปบ่จาง ไปตกห้องหว่างอบาย ต๋ายเป็นเผดตู๊กขะเวต๊ะนา ฮ้อนบ่ได้อาบอยากบ่อได้กิน ดังอันก็ดี ขอเจิญเต๊ปป๊ะมะเหสิขา เตวะบุตร เตวะดาต๋นมีฤทธีแก่กล้า จุงมานำเอาพละกุศลผลบุญตานตังหลายมวลฝูงนี้ไปฮอดไปเติงยังดวงวิญญาณของ......นาย ก....หื้อได้กินได้บรโภค ป้นตี่ยากพรากจากตี่ตุ๊กหื้อได้เถิงสุขเป็นตี่แล้ว คือเวียงยอดเนระปาน นั้นจุงจักมีเตี้ยงแต้ดีหลี

อะนิจจ๋า วะตะสังขารา โสตุ ธะนานัง จุงจักฟัง วะจะนัง อะโห วะตะ ตุ๊กขัง ด้วยมีแต้ใส้สัตว์โลกใต้โลก๋า ป๊ะหุ ตุ๊กขาแสนสิ่งตุ๊กล้ำยิ่งเหลือผะมาน ต่วยเตียวสงสารเวียนแว่ก๋รรมหากแน่นำมา กรรมตายมาง๊าติ์ก่อน ก๋รรมบ่อผ่อนศูนย์หาย ฉันเตียวหนโลกใต้ เถิงได้เถิดเป็นคน บ่ว่ามีจ๋นตุ๊กข์ยากตามก๋รรมวิบากไผมันอันว่าสังขาร เป็นของบ่หมั้นเตี่ยว รู้ขว้ำเหงียงไปมา ตั้งแต่เกิดมาฮู้ชราเฒ่าแก่ ฮู้ปิ้นแผ่เจ็บเป็น ต๋ามกฎเก๋ณฑ์มัจจุราช เป็นพยาธินานาเจ๊บปวดก๋ายาในนอก เหลื่อตี่จักบอกปั๋นไผ มาเป็นตุ๊กข์ใจ๋ยามเจ็บป่วย ไผบ่จ่วยตั๋วไผ เจ็บเหลื่อใจขนาด เจ็บด้วย พยาธิของตั๋ว ใจ๋เมามัวแสบไหม้ ฮ้องไห้ อืดโอยคาง ลางเตื่อเบาบางเป็นหว่าง ลางเตื่อถี่หางคืนมาเป็นขาลำบาก เปียธิราชหาก มาตัน เถิงมีเงินปันหมื่นแสนโกฏิบ่เป็นประโยชน์ สักรายเถิงป็นจ้าวนายบ่าไพร่ ยศศิกดิ์มใหญ่ ลือชา มั่งมีเงินทองบาทใต้ เอาฝากไว้หลายหมื่นหลายแสน ด้วยความหวงแหนจิ๊ถี่ ถะหนี่ด้วยเงิน ทองอันเป็นปายนอง ฮู้เข้าออกเป็นยาม เถิงภัยลามเกิดใกล้ยามเจ็บไข้เกิดมีมาได้แต่อาทะวาเจ็บปวด จิตใจ๋ลาดลืมของมีใจหมองต่ำก๊อย บ่ใฝห้อยเงินคำ พยาธีขำคิงร่าง บ่มีวันสร่างเมามาย เมื่อใดจะหายเหมือนเก่า ตุ๊กร้อยเต่าปันตี พ่องก็บ่ดีเกิ๋นขนาด ใจ๋ดำฝาดจ๋าแจ็ง จ๋าฟันแตงปั่นฆ่า ใจ๋ปั๋นบ้าเมาวิน เซาะหากิ๋นเลี้ยงใส้ บ่ได้เว้นได้ว่าง เซาะหาตางกิ๋นง่าย สุร่ายล่ายเงินทอง แอ่วผกปองลี้ปล้น มีมากล้นข่าวตังวันยิงฟัน กันบ่ขาดใจ๊อำนาจนอกกฎหมาย เมื่อมันใกล้จะตาย เป็นอนตราย เจ็บป่วย บ่มีใผ่จ่ายเยายา ตุ๊กขะเวต๊ะนาลำบาก ฟังเสียงมันปากอยู่ในคอ ตุ๊กใจ๋แต้ หนอยามเจ็บป่วย จักเอาสังมาจ่วยหื้อหายมรณาความต๋ายเกิดใกล้ เถิงเราบ่ใดร่ได้มันตึง ไล่มาหา มัจจุราชเป็นใหญ่ มันขับไล่อยู่ตึงวันอะโห วะตะ ตุ๊กขัง ปุ๋นดีใจ๋หายใจ๋ขาด ด้วยพยาธิ์ โรกา พ่องก็มรณาเมี้ยนจ๊าด จีวิตขาดเป็นผี พ่องยังอ้วนพีหนุ่มถ๋ำยังบ่อตันจักแก่อยู่กับป่อแม่ บ่ได้หลายขวบหลายปี๋ มาตายเป็นผีม้างจ๊าด ก็ด้วยพยาธ์นานา พ่องกำลังฮิหาเหล้นม่วน ต๋ายด้วยรีบด่วนตันยาต๋ายต๋ามมัคคาตางใต่ รถน้อยใหญ่เฉียดแซงกั๋น ต๋ายตึงวันบ่อขาด เพราะความบระมาทบ่เก๋งขามขี่ซ้อนสอง ซ้อนสาม ถือแต่ความ เก่งกาจ ถ้าผิดพลาดถึงตาย ตังญิงจายน้อยใหญ่ ขี่รถไต่ถนน ฝูงผู้คนพลุกพล่าน อยู่ในย่านคนหลาย พ่องก็ต๋ายขำตี่ พ่องไปตายโฮงยา เถิงก๋รรมเวลามาใดว่ ความตายเป็นใหญ่กู่ตัวคน พ่องตายโหง เบื่อนฆ่า พ่องตายฟ้าผ่าเสือขม ต๋ายเป็นศพปองไก่ ต๋ายตกต้นไม้ ต๋ายตกน้ำใหญ่จ๋มจัง พ่องตายมัดกังคอตัวเก่า เปื่อนได้เล่าลือนาน พ่องสัตว์เดระฉานขบตอด ปิ๊ดงูงอดเขางา โคนะมะหิงสาจ๊างฆ่าหมาว้อบ้าขบตาย พ่องตายสบายหลับลวด หมอบ่ได้ตรวจก๋ายา พ่องมรณาเร็วรีบ เพราะเกี่ยวบีบปายใน พ่องเป็นหวัดไอไข้เมื่อย เจ็บปวดเมื่อยก็เถิงตาย พยาธิหลายเหลือแหล่ บ่ว่าหนุ่มแก่ญิงจาย นั่งตายนอนตายมีมากนานา พ่องเป็นอั๊วะฮากอหิจาต์ เป็นเหน็บชาอ่อนง่อยแข็งขาป่วยเมินมา สัปป๊ะตุ๊กขาก้วนถูก พ่องต๊ายประสูติ บุตต๋าบูตตี๋ เป็นตุ่มฝีรำมะนาด ปิ๊ษบาดลมกุ๋บ ในต้องปุ๋มตับปอด ลมร้ายจอดผับตั๋ว ไข้เจ้บหัวร้ายขาดสันนิบาตขึ้นขำ ปิ๊ษจ๊งจ๋ำเหน็งหนีบ ตายด้วยรีบเร็วแรง ลงดำลงแดงหลุเลือดต๊องเต้นเดือดตายไป พ่องตายเป็นไอวัณโรค พระพรหม พญายมราช ต๊าวจะตุโลกบาลตั้งสี่ ปายต่ำใต้บาดาล มีครุฑนาคน้ำปรมัยไอศวรแม่ธรณีศรีกุตตะละอำมาตย์ ขออันเจิญมาปัตตาอนุโมต๊ะนาบุญกับมูลศรัทธาผู้ข้าตังหลาย บ่เต่าแต่นั้น อันมูลศรัทธาผู้ข้าได้พร้อมหน้ายื่นยอตาน ขอเป็นยานสเปาคำลำใหญ่ เอามูลศรัทธาน้อยใหญ่ ขี่ข้ามน้ำสมุทรท่าสาคร ถือภวะสงสาร หื้อได้ถึงฝังก้ำหน้า กือพระนิปปานา แม่นจักเกิดมาในดลก๋า บ่ได้เถิงนิปปานาหมั้นเตี่ยง ขอกุศลผลบุญ อย่าเลี่ยงหนีไกล๋ ขอหน้าบุญนี้ไซ้ร นำไปเกิดผะเต้ศอันผาเสริฐสมบูรณ์ ขอหน้าบุญหนุนเตื่อมตุ้ม แก่มูลศรัทธา ผู้ข้าตังหลายจุ๊ผู้จุ๊คน จุ๊น้อยใหญ่ จายญิง นั้นจุ๋งจักมีเทียงแต้ดีหลี นิปปานะปัจจะโย โห ตุ โน

คำปูจาเทียน กำเมือง

หื้อขึ้นสัคเคหลวงก่อน แล้วว่า นะโม 3 จบ

สาธุ สาธุ สาธุ โยสันนิสิโน วะละโป๋ธิมูลเลมาลังสาเสนัง มะหันติวิไจยโยสัมโป๋ธิ มากันจิ๋งวะอะรันตั๋นยาโนโลกุตตะโมตั๋งปั๋นพุทธังกุนนะสาสะกะรันตั๋ง นามิธัมมัง มุนิสาวะกั๋ง นามิสังฆัง มุสาวะกั๋ง นะมามิกัมมั๋ง ต๋านันจะสังฆะเต๋สุปั๋นนะสุปะติเนสุอะเต๋วาปัจจุปั๋ณเณวาวิวาก๋าเยนะวามะนุสสาวา อะปะมะตั๋ง อะก๋าสิงสัวหังติสังธัมมะปะติกั๋นหะตูปปะมันตุยะติ๋งสังวะริสสามิ พุทธะปู๋จ๋า ธัมมะปู๋จา สังฆะปู๋จ๋า ปู๋จาระเห ปู่จายะโต บิเกบิจิตติมุตตุบุผา ปู่จากะระวะ เมตไตยยะ พุทธะสะตัสสะ ราจะนะหา เสนิปัจจะโต พุทโธเมตไตยยะโยสังสาเรสังสา เรนโตนิอัตตั๋วหาเสนิปัจจะโยโหนตุโน

คำสวดเบิก

โยสันนิสิโน..โอ. วะโปทิมูลเล มาลังสาเสนัง มะหันติวิจัยโย..โอ. สัมโปธิงมากัจจิ๋งวะอะนัน ต๋าญาโณ โยโลกุตตะโม ตังปั๋นนะมามิ พุทธัง ตังปั๋งนะมามิ ธัมมัง ตังปั๋งนะมามิ สังฆัง ตัสสาเยวะรัตติยา มัชสิเม ญาเมเอวัง..... สะมาหิเตจิตเตปะริสุทเธปะริโญ...ตาเตอะนังกะระเนวิกะตุ๊ปะกิเลเสมุตู......ภูเต๋กั๋มมะนิเยๆฐิเต อะเนจะปัตเต ปุปเปนิวาสา นุสสะติยา ก๋าญะจิตตั๋ง อะพินนินา ๆ เมนโต....(โอ) โสหังอะมุตตะหราสิ....เอๆๆๆ เอวังนาโม เอวังโกตโต เอวังวะระโณ เอวะมาหาโร เอวัง สุขะตุกขัง ปะระติสังเวติเอวะมายุปะริยันนโต โสตะโต๋จุโต๋อิทุปปะปั๋นโนติ…(เอ) อิติสาก๋ารัง สะอุเตสังเอกะจาตาติกัง อะเนกะวิหิตัง ปุปเปนิวาสัง อะนุสสะริตั๋ว ตัสสาเยวะรัตติยามัทฌิเมยาเม เอวังสะมาหิเตจิตเต ปะริสุทเธ ปะริโญ ต๋าเตอะนัง กะละเน วิก๊ะตุ๊ปะกิเลเสมุตุ ภูเต กัมมะนิเยฐิเต อะเนจะปะเต ขะยันญา ณายะ จิตตังอะพินนินา นินา นินา เมนโต..... (โอ) อะวิจาปัจจะยาสังขารา สังขาระปัจจะยา วิญญาระนัง วิญญานะปัจจะญา นามะรูปัง นามะรูปะปัจจะยา สะราญัตตะนัง สะลาญัตตะนะ ปัจจะญา ผัสโส ผัสสะปัจจะยา เวตะนา เวตะนะปัจจะยา ตัณหา ตัณหาปัจจะยา อุปปาตานัง อุปปาตานะ ปัจจะยา ภะโว ภะวะปัจจะยา จาติ จาติปัจจะยา จะรามะระนะโสกัมปะริเตวะตุกขะโต มะนะสุปายาสัมภะวันติ เอวะเมตัสสะ เตวะรัสสะ ตุ๊กขะขันทะสะมุทะโย โหติ..................อะวิจายะเตวะ อะเสสะวิรากะนิโรธา สังขาระนิโรโธ สังขาระนิโรธา วิญญานะนิโรโธ วิญญานะนิโรธา นามะรูปะนิโรโธ นามะรูปะนิโรธา สะราญัตตะนะนิโรโธ สะราญัตตะนะนิโรธา ผัสสะนิโรโธ ผัสสะนิโรธา เวตะนะนิโรโธ เวตะนะนิโรธา ตัณหานิโร............ ตัณหานิโรธา อุปปาตานะนิโรโธ อุปปาตะนะนิโรธา ภาวะนิโรโธ ภาวะนิโรธา จาตินิโรโธ จาตินิโรธา จ๊ะรามะระณะโสกัมปะริเตวะตุกขะโต มะนะสุปายาสานิรุชฌันติ.............. เอวะเมตะสะ เกวะลัสสะ ตุกขะขันธะสะมุตตะโยโหติ สัปเปวะกะโพนโต สังขาราอนิจจา สัปเปสังขารา ตุกขะสัปเป สังขารา อะนะตาติ....... เอวังปุนนะปุนนัง ปัจจะยาก๋าระจานะจิตตั๋ง ปุปปะกังติลักขะณะ วิปัสสะนัง สังขาตัง วิปะสะนะยานัง อุปะเตตั๋ว อะนุโลมะยานัง ปะตั๋วตะต๊ะนันตะรัง ปัจจะเวกขะนะยานัง นะเต นะมัคกะยาเณ นะเจ วะปัจจะเวก ขะนะยาเน นะจะ อิตัง ตุกขัง อะยังตุกขะสะมุตตะโย อะยังตุกขะนิโรโธ อะยังตุกขะนิโรทะ กามินิปะระติ ปะตาติ........จัตตาริอะริยะสัจจานิ ปัสสิตั๋ว อะภิจานิตั๋ว.......... ปุนนะเรวะติ ลักขะนะสังขารา รัมมะนัง วิปะสะนะยานัง อุปปาเตตั๋ว อะนุโลมะยานัง ปะตั๋วตะต๊ะนัง ตะรังสัมปัญญู ตัญญานัง สังขาตัง ปัจจะเวกขะนะยานัง ปะตั๋วอิตังตุ๊กขัง อะริญะสัจจัง ตังโข ปันนิตัง ตุ๊กขัง อะริยะสัจจังปะริเญยญัง ตังโข ปันนิตัง ตุ๊กขัง อะริยะสัจจังปะริญา ตังโข อิตังตุ๊กขะ สะมุตตะยัง อะริยะสัจจัง ตังโข ปะนิตัง ตุ๊กขะสะมุตตะยัง อะริยะสัจจังปะหา ตัปปัง ตังโข ปะนิตังตุ๊กขะสะมุตตะยัง อะริยะสัจจัง ปะฮีนันติ.......(เอ) อิตังตุ๊กขะนิโรธัง อะริยะสัจจั๋ง ตังโข ปะนิตังตุกขะนิโรธัง อะริยะสัจจั๋ง สัจสิก๋าตัปปัง ตังโข ปันนิตัง ทุกขะนิโรธัง อะริยะสัจจั๋ง สัจสิก๋า ตังโข อิตั๋งตุกขะนิโรทะกามินิปฏิปาตา อะริสัจจัง ตังโข ปะนิตัง ตุ๊กขะนิโรทะกา มินิปฏิปาตา อะริยะสัจจั๋ง ทาเวตัปปัง ตังโข ปะนิตังตุ๊กขะนิโรทะกา มินิปฏิปาตา อะริยะสัจจัง ทะวิตันติ........เอวังเต๋ เนวะติวะริวัตเตนะตั๋ว อะริยะสัจจานิ ปัสสิตั๋วอะภิจจานิตั๋ว.....พุทโธหุตั๋ว สะเตวะเกโลเก สะมาละเก สะพรัหมะเก สัสสะพรัหมะณี ณีญา พรัหมะณี มะณี มะณี ณียา พรัหมะณี ณียา.. ปะจะญาสะเตวะมะนุสสาญะอะนุตตะรังสัมมา ( รับ ) สัมโปธิง อะภิสัมปุ๊ทโธ ปัจจะญาสิ...... อะทัสสะอะกุปปะเมวิมุตติ อะมันติมาจาตินะติตานิปุนนะภะโว .. (รับ) .......ติ เอวังญาณะตะสะนังอุตตะปาติโต๋ โสตะโต๋ ตัสสมิ๋งเญวะโปธิปัลลังเก อะเนก๋าจาติ สังสารัง สันทะวิทสัง อะนิปปิสสัง ภะหะกะรังกะเวๆๆ สันโต๋ ทุกขะจาติปุนนะปุนนัง กะหะก๋ารัง กะติๆโฐสิ ปุนนะเกหัง นะก๊ะหะสิสัปปะเตผา สุก๊าพักกา อะก๊ะหะปุพัง วิสังขาตัง วิสังขารัง กัตตัง จิตตั๋ง ตัณหานัง ขะญะมะชะกา ๆๆ ..........ติเอ